Hypertension Update
Relationship of Sodium Intake and Blood Pressure Varies With Energy Intake 88 View(s)
Relationship of Sodium Intake and Blood Pressure Varies With Energy Intake.
Secondary Analysis of the DASH (Dietary Approaches to Stop Hypertension) - Sodium Trial.

โดย Maureen A. Murtaugh และคณะ
วารสารวิชาการ Hypertension 2018;71:858-865.

บทคัดย่อ
คำแนะนำสำหรับโซเดียมในอาหารที่แนะนำ จะอยู่ในรูปของหน่วยปริมาณสุทธิ (มิลลิกรัมต่อวัน) มากกว่าหน่วยของความเข้มข้นโซเดียม (มิลลิกรัมต่อกิโลแคลลอรี). ผู้วิจัยมีวัตถุประสงค์เพื่อหาความเข้มข้นของโซเดียมที่รับประทาน ต่อระดับความด้นโลหิตในแบบหลากหลาย กับปริมาณพลังงานที่ได้รับ.

การศึกษา the DASH (Dietary Approaches to Stop Hypertension)-Sodium trial เป็นการศึกษาแบบสุ่มการให้อาหาร 2 ประเภท (กลุ่ม DASH และกลุ่มควบคุม) และ 3 ระดับของปริมาณความเข้มข้นของโซเดียม.

ผู้เข้าร่วมการศึกษาที่อยู่ในระยะ pre- หรือ ความดันโลหิตสูงระยะที่ 1 ทำการบริโภคอาหารตามรายการแบบสุ่ม เป็นระยะเวลา 30 วัน และได้รับการควบคุมระดับพลังงานเพื่อให้น้ำหนักตัวคงที่.

การวิเคราะห์ในผู้ป่วยจำนวน 379 รายที่เป็น non-Hispanic black และ white ใช้ mixed-effect model ในการหาความสัมพันธ์ของโซเดียมและพลังงานที่ได้รับกับระดับความดันโลหิต. ความสัมพ้นธ์ของปริมาณสุทธิโซเดียม และความดันโลหิตซิสโตลิก ความดันโลหิตดัยแอสโตลิก มีการผันแปรตามพลังงานที่ได้รับ.

ผลการศึกษาพบว่า ระดับความโลหิตเพิ่มขึ้นอย่างมากหากได้รับปริมาณโซเดียมที่เพิ่มขึ้นร่วมกับได้รับอาหารที่มีพลังงานต่ำ มากกว่าได้รับอาหารที่มีพลังงานสูงกว่า (P interaction น้อยกว่า 0.001)

ในการควบคุมปริมาณโซเดียมที่บริโภค 2,300 มิลลิกรัม พบว่าความดันโลหิตสูงขึ้นมากกว่า ทั้งชนิดซิสโตลิกและดัยแอสโตลิก (3.0 มิลลิเมตรปรอท; 95% confidence interval, 0.2-5.8; และ 2.7 มิลลิเมตรปรอท; 95% confidence interval, 1.0-4 5 ตามลำดับ)

ในกลุ่มที่ได้รับอาหารพลังงานต่ำกว่า (ความเข้มข้นของโซเดียมสูงกว่า) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับพลังงานสูงกว่า (ความเข้มข้นของโซเดียมน้อยกว่า).

ความสัมพันธ์กับโซเดียม กับความดันโลหิตซิสโตลิกมีความชัดเจนในปัจจัยพลังงานที่ได้รับต่ำกว่า ทั้งในกลุ่มผิวดำ และผิวขาว (P น้อยกว่า 0.001).

ความสัมพันธ์กับโซเดียม กับความดันดัยแอสโตลิก มีความผันแปรระดับพลังงานที่ได้รับเฉพาะในกลุ่มคนผิวดำ (blacks) (P เท่ากับ 0.001).

ดังนั้น มีคำแนะนำว่าควรใช้ความเข้มข้นของโซเดียม เป็นหน่วยในการแสดงปริมาณโซเดียมในอาหารที่แนะนำในการรับประทาน

Credit picture : https://foodandnutrition.org/march-april-2016/dietary-sodium-really-harmful-complex-debate-heats/